การเลือกซื้อบ้านโครงการจัดสรรในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีให้เลือกมากมายทั้งขนาด ทำเล ฟังก์ชัน และราคา แต่ละโครงการต่างมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อบ้านสักหลัง ควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบคอบ
บทความนี้ได้รวบรวม 8 ขั้นตอนสำคัญในการเลือกซื้อบ้านโครงการจัดสรร สำหรับเจ้าของบ้านรุ่นใหม่ เพื่อให้คุณได้บ้านที่ “เหมาะกับชีวิต” และ “คุ้มค่ากับการลงทุน” มากที่สุด
1. พิจารณาทำเลที่ตั้งให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์
ทำเลคือปัจจัยอันดับหนึ่งในการตัดสินใจซื้อบ้าน โดยทั่วไปผู้ซื้อจะมีสองกลุ่มหลัก
- กลุ่มที่ชอบความสงบ มักเลือกบ้านแถบชานเมือง ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมาก และราคาคุ้มค่า
- กลุ่มที่เน้นความสะดวกในการเดินทาง จะเลือกบ้านใกล้รถไฟฟ้า ทางด่วน หรือศูนย์การค้า
หากมีรถส่วนตัว บ้านชานเมืองอาจตอบโจทย์ในระยะยาว แต่ถ้าใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ควรเลือกทำเลที่เดินทางสะดวกเพื่อประหยัดเวลา
2. อย่ามองข้าม “ทำเลภายในโครงการ”
แม้จะเลือกทำเลภายนอกดีแค่ไหน แต่ “ตำแหน่งบ้านในโครงการ” ก็มีผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น
- บ้านติดรั้วหรืออยู่ใกล้ถนนใหญ่ อาจมีเสียงดัง
- บ้านอยู่ในสุดของซอย อาจเป็นส่วนตัวแต่เดินทางลำบาก
- บ้านมุม ได้พื้นที่เพิ่ม แต่ราคาก็มักสูงกว่าหลังอื่น
ลองเดินสำรวจภายในโครงการจริง เพื่อดูทิศทางลม แสงแดด และสภาพแวดล้อมโดยรอบก่อนตัดสินใจ
3. ตรวจสอบขนาด และสัดส่วนพื้นที่ในโครงการ
พิจารณาจำนวนยูนิตทั้งหมดในโครงการ รวมถึงสัดส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวน สระว่ายน้ำ หรือถนนภายในว่ากว้างเพียงพอหรือไม่
โครงการที่มีบ้านหนาแน่นเกินไป มักทำให้บรรยากาศอึดอัด และขาดความเป็นส่วนตัว
4. มองหาสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมส่วนกลาง
พื้นที่ส่วนกลางเป็นหัวใจของโครงการบ้านจัดสรร เช่น สวน ฟิตเนส คลับเฮาส์ หรือสระว่ายน้ำ ควรดูว่ามีการดูแลรักษาดีหรือไม่ ระบบรักษาความปลอดภัยมีกล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงหรือเปล่า
โครงการที่มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางดี จะช่วยเพิ่มมูลค่าในอนาคตของบ้านได้ด้วย
5. ตรวจสอบความสูงของถนน และระดับพื้นที่
อย่าลืมเช็ก “ระดับถนนและพื้นบ้าน” ว่าอยู่สูงกว่าระดับถนนสาธารณะหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในอนาคต รวมถึงตรวจสอบประวัติพื้นที่เดิมว่าเคยเป็นพื้นที่น้ำขังหรือไม่
หากเป็นพื้นที่ลุ่มหรืออยู่ใกล้คลอง ควรถามถึงระบบระบายน้ำของโครงการให้แน่ใจ
6. ตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน
ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในทำเลชานเมือง ควรตรวจสอบว่ามีระบบสาธารณูปโภคของการไฟฟ้า และการประปาครบถ้วน ไม่ใช่ระบบชั่วคราวของโครงการเอง
นอกจากนี้ยังควรดูเรื่อง ระบบบำบัดน้ำเสียและท่อระบายน้ำ ว่ามีการวางแผนและดูแลอย่างเหมาะสมหรือไม่
7. ดูความกว้างและวัสดุของถนนภายในโครงการ
ความกว้างของถนนเป็นอีกจุดที่ส่งผลต่อความสะดวกสบาย และความปลอดภัย
- ถนนหลักควรกว้างอย่างน้อย 8 เมตร
- ถนนซอยย่อยควรกว้างไม่ต่ำกว่า 6 เมตร เพื่อให้รถสวนกันได้
- ตรวจสอบวัสดุพื้นถนนว่าเป็นคอนกรีตหรือยางมะตอย เพราะมีผลต่อความทนทานและค่าดูแลในอนาคต
8. บ้านพร้อมเข้าอยู่จริงหรือยัง?
โครงการบางแห่งขายบ้านตั้งแต่ยังไม่ก่อสร้างเสร็จ หรือขายเฉพาะตัวบ้านโดยไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ดังนั้นควรถามให้ชัดเจนว่า
- เป็น บ้านพร้อมอยู่ หรือ บ้านเปล่า
- มี การรับประกันงานก่อสร้าง หรือไม่
- หากเป็นบ้านตัวอย่าง ควรตรวจสอบว่าวัสดุและงานจริงตรงตามที่เห็นหรือไม่
หากบ้านยังสร้างไม่เสร็จ ควรมีสัญญาระบุชัดถึงกำหนดส่งมอบและเงื่อนไขการตรวจรับ
สรุป
การเลือกซื้อบ้านจัดสรรไม่ควรมองแค่แบบบ้านหรือชื่อแบรนด์ แต่ควรพิจารณารอบด้านตั้งแต่ทำเล ระบบสาธารณูปโภค ไปจนถึงคุณภาพวัสดุและความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาโครงการ
บ้านที่ดีไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องอยู่ได้จริง ปลอดภัย และคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว
ติดตามพวกเราได้อีกช่องทางที่ เพจเฟซบุ๊ค : WENAT รับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด รับตรวจสอบอาคาร
อยากรู้จักเรา : เกี่ยวกับเรา