เลือกฉนวนกันเสียงให้เหมาะกับบ้าน 

เข้าใจหลักเสียงรบกวน และเลือกวัสดุให้ถูกจุด เพื่อบ้านที่เงียบ และน่าอยู่ 

“เสียงที่เงียบ ไม่ได้มาจากผนังหนา แต่มาจากการออกแบบที่เข้าใจเสียง” 

บทนำ 

เสียงรบกวนในบ้านเป็นหนึ่งในปัญหาที่เจ้าของบ้านมักมองข้ามในช่วงออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากถนน เสียงเพื่อนบ้าน หรือเสียงเครื่องจักรในโรงงานใกล้เคียง 
เมื่ออยู่ไปสักพักจึงเริ่มรู้ว่า “บ้านที่เงียบ” มีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต และสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัย 

การเลือกฉนวนกันเสียงที่เหมาะสมตั้งแต่แรก ไม่เพียงช่วยลดเสียงรบกวน แต่ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว และทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น 

1. ทำความเข้าใจเสียงรบกวนในบ้าน 

ก่อนเลือกฉนวนกันเสียง ควรเข้าใจว่า “เสียง” มีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ ที่ส่งผ่านเข้าสู่ตัวบ้าน 

เสียงในอากาศ (Airborne Sound) 

เช่น เสียงพูด เสียงทีวี เสียงรถยนต์ เสียงดนตรี — เสียงเหล่านี้ลอยมากับอากาศ แล้วผ่านผนัง หน้าต่าง หรือประตูเข้ามา 

เสียงโครงสร้าง (Structure-borne Sound) 

เช่น เสียงกระแทก เสียงเท้าเดินบนพื้นชั้นบน หรือเสียงตอกเจาะจากอาคารข้างเคียง — เสียงเหล่านี้ส่งผ่านทางโครงสร้าง เช่น ผนัง พื้น หรือคาน 

การกันเสียงให้ได้ผลดี ต้องเลือกฉนวนให้เหมาะกับ “ลักษณะของเสียง” ที่ต้องการลด ไม่ใช่เพียงเลือกตามราคา 

2. หลักการเลือกฉนวนกันเสียง 

  1. ดูชนิดของพื้นที่ที่จะกันเสียง – เช่น ผนัง, ฝ้าเพดาน, หรือพื้น 
  1. พิจารณาค่าการดูดซับเสียง (NRC) และค่าการกันเสียง (STC) ของวัสดุ 
  • NRC (Noise Reduction Coefficient) : ค่ายิ่งสูง → ดูดซับเสียงสะท้อนในห้องได้ดี 
  • STC (Sound Transmission Class) : ค่ายิ่งสูง → กันเสียงจากห้องหนึ่งไปอีกห้องได้ดี 
  1. เลือกวัสดุที่ติดตั้งง่าย และเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย เช่น ไม่ดูดซับความชื้น ไม่เป็นอาหารของเชื้อรา 

3. ประเภทของฉนวนกันเสียงที่นิยมใช้ในบ้าน 

1. ฉนวนใยแก้ว (Glass Wool) 

วัสดุยอดนิยมในงานบ้าน และอาคาร เพราะราคาประหยัด และคุณสมบัติดี 

ข้อดี 

  • น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย 
  • ค่ากันเสียง และกันความร้อนดี (STC เฉลี่ย 35–45) 
  • ไม่ติดไฟ 
  • ราคาประหยัดเมื่อเทียบกับวัสดุอื่น 

ข้อควรระวัง 

  • หากไม่ได้ห่อหุ้มอย่างดี อาจเกิดฝุ่นใยแก้วระคายผิว 
  • ต้องติดตั้งในโครงผนังหรือฝ้าเพดาน ไม่ควรใช้แบบเปิดผิว 

เหมาะสำหรับ : ผนังเบา ฝ้าเพดาน ห้องนอน หรือห้องดูหนัง 

2. ฉนวนโฟมโพลีเอทิลีน (PE Foam) 

วัสดุยืดหยุ่นสูง ผลิตจากโฟมชนิดปิดเซลล์ 

ข้อดี 

  • ป้องกันเสียงสะท้อนในห้องได้ดี 
  • ติดตั้งง่ายด้วยการแปะบนผนังหรือใต้พื้น 
  • กันความชื้น และเชื้อราได้ดี 
  • น้ำหนักเบา 

ข้อพิจารณา 

  • ไม่เหมาะกับเสียงดังมากหรือเสียงแรงสั่นสะเทือนสูง 
  • ค่ากันเสียง (STC) ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับใยแก้ว 

เหมาะสำหรับ : ห้องทำงาน ห้องนอน หรือพื้นชั้นบนของบ้านไม้ 

3. ฉนวนโฟมโพลียูรีเทน (PU Foam / Spray Foam) 

เป็นฉนวนชนิดพ่น มีคุณสมบัติกันเสียงและกันความร้อนได้พร้อมกัน 

ข้อดี 

  • ปิดช่องว่างได้ดีมาก ลดเสียงรั่วผ่านผนังหรือฝ้า 
  • กันความร้อนได้ยอดเยี่ยม 
  • น้ำหนักเบา 

ข้อควรระวัง 

  • ราคาสูงกว่าฉนวนแบบแผ่น 
  • ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญติดตั้ง 
  • หากใช้ภายนอกต้องป้องกันแสงแดดด้วยวัสดุปิดผิว 

เหมาะสำหรับ : ห้องโฮมเธียเตอร์ ห้องเครื่อง หรือบ้านในเขตเมืองที่มีเสียงดังมาก 

4. ฉนวนใยหิน (Rockwool / Mineral Wool) 

ทำจากหินภูเขาไฟหลอมเป็นเส้นใย มีความหนาแน่นสูง 

ข้อดี 

  • กันเสียงได้ดีที่สุดในบรรดาวัสดุทั่วไป (STC 45–60) 
  • ทนความร้อนสูง ไม่ติดไฟ 
  • ช่วยกันความร้อนได้ดี 

ข้อควรระวัง 

  • ราคาสูง และน้ำหนักมาก 
  • ต้องมีโครงสร้างรองรับที่แข็งแรง 
  • ต้องติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันฝุ่นใยหิน 

เหมาะสำหรับ : ผนังห้องซ้อมดนตรี ห้องเครื่อง หรืออาคารพาณิชย์ใกล้ถนนใหญ่ 

5. ฉนวนโฟมยาง (Rubber Foam / Acoustic Foam) 

นิยมใช้ในงานตกแต่งภายใน เช่น ห้องบันทึกเสียง 

ข้อดี 

  • ดูดซับเสียงสะท้อนได้ดี (NRC สูง) 
  • ยืดหยุ่นสูง ติดตั้งง่าย 
  • มีหลายรูปแบบ เช่น แบบปิรามิด แบบเรียบ หรือแบบแผ่นโค้ง 

ข้อควรระวัง 

  • ไม่เหมาะกับการกันเสียงจากภายนอก 
  • เป็นวัสดุที่ช่วย “ลดเสียงสะท้อน” มากกว่า “กันเสียงรั่ว” 
  • อาจติดไฟได้หากไม่ได้มาตรฐาน 

เหมาะสำหรับ : ห้องโฮมเธียเตอร์ ห้องบันทึกเสียง หรือห้องประชุม 

4. ตัวอย่างการเลือกฉนวนให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ในบ้าน 

พื้นที่ ปัญหาเสียงหลัก ฉนวนที่เหมาะสม หมายเหตุ 
ห้องนอน เสียงรถ / เสียงเพื่อนบ้าน ใยแก้ว หรือ PE Foam เน้นลดเสียงผ่านผนังและฝ้า 
ห้องดูหนัง / ห้องดนตรี เสียงสะท้อนภายใน / เสียงรั่วออก ใยหิน + โฟมยาง ใช้ร่วมกันจะได้ผลดีที่สุด 
ห้องครัว / ห้องเครื่อง เสียงเครื่องดูดควัน / มอเตอร์ ใยหิน หรือ PU Foam ต้องทนความร้อนและไม่ติดไฟ 
ทาวน์โฮมติดกัน เสียงจากบ้านข้างเคียง ใยแก้วหนา 75–100 มม. ติดตั้งในโครงผนังเบาฝั่งรอยต่อ 
พื้นชั้นสอง เสียงเดิน / เสียงกระแทก PE Foam หรือ Rubber Underlay ใช้ใต้พื้นลามิเนตหรือกระเบื้องยาง 

5. เคล็ดลับการติดตั้งฉนวนกันเสียงให้ได้ผลจริง 

  1. ซีลรอยต่อทุกจุดให้สนิท – เพราะเสียงเล็ดลอดได้แม้ช่องเล็กเพียง 1 มม. 
  1. เพิ่มชั้นผนังหรือฝ้า – การใช้ผนัง 2 ชั้น (Double Wall) หรือฝ้า 2 ชั้น (Double Ceiling) ช่วยเพิ่มค่า STC ได้มาก 
  1. ใช้วัสดุปิดผิวที่มีมวลสูง เช่น ยิปซัมบอร์ดกันเสียง หรือแผ่นซีเมนต์บอร์ด 
  1. ตรวจสอบทิศทางเสียงรบกวนก่อนติดตั้ง เพื่อเลือกวัสดุให้เหมาะสม และคุ้มค่าที่สุด 

บทสรุป 

การเลือกฉนวนกันเสียงที่ดีไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด แต่ต้อง เหมาะกับลักษณะเสียง ปัญหาพื้นที่ และวิธีติดตั้ง 

ก่อนสร้างหรือรีโนเวทบ้าน ควรพิจารณาเรื่องเสียงตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพื่อเลือกวัสดุฉนวนที่ตอบโจทย์จริง 
บ้านที่เงียบ ไม่เพียงทำให้อยู่สบาย แต่ยังช่วยเพิ่มสมาธิ คุณภาพการพักผ่อน และสุขภาพในระยะยาว 

บ้านที่ดี ไม่ใช่แค่แข็งแรง แต่ต้อง “เงียบ น่าอยู่ และป้องกันเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ” 

ติดตามพวกเราได้อีกช่องทางที่ เพจเฟซบุ๊ค : WENAT รับตรวจบ้าน ตรวจคอนโด รับตรวจสอบอาคาร

อยากรู้จักเรา : เกี่ยวกับเรา

โปรโมชั่นดีๆจาก Wenat

บทความที่เกี่ยวข้อง